Back Home Next

คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร

        คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร มี 2 ประเภท คือ คลังสินค้าทัณฑ์บนกลาง และคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขาย

คลังสินค้าทัณฑ์บนกลาง หมายความรวมถึง คลังสินค้าทัณฑ์บนที่ให้บริการสาธารณะสำหรับเก็บของ เพื่อนำไปแสดงและขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขาย คลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขาย หมายความรวมถึง คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรที่จัดตั้งขึ้น ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ หรือในเมือง สำหรับแสดงและขายของเพื่อนำออกไปนอกราชอาณาจักร หรือขายแก่ผู้ซื้อที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่เกินปริมาณที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับยกเว้นอากร ประกอบด้วย

คลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขาย 3 ประเภท คือ

 () คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับผู้โดยสารขาเข้า หมายถึง คลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขายที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้ง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภายในห้องผู้โดยสารขาเข้า หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควร เพื่อขายเฉพาะสุรา ซิการ์แรตส์ ซิการ์ และยาเส้น แก่ผู้ซื้อที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรและไม่เกินปริมาณที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับยกเว้นอากร

() คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับผู้โดยสารขาออก หมายถึง คลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขายที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้ง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภายในห้องผู้โดยสารขาออก หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควร เพื่อขายของนำเข้าจากต่างประเทศ และของภายในประเทศที่อธิบดีกรมศุลกากรให้ความเห็นชอบแก่ผู้ซื้อที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

() คลังสินค้าทัณฑ์บนในเมือง หมายถึง คลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขายที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งในเมือง หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควร เพื่อขายของนำเข้าจากต่างประเทศ และของภายในประเทศที่อธิบดีกรมศุลกากรให้ความเห็นชอบ แก่ผู้ซื้อที่มีหนังสือเดินทางและหลักฐานที่แสดงว่าจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร โดยวิธีสั่งซื้อล่วงหน้า (PRE ORDER) ซึ่งผู้ซื้อจะได้รับมอบของที่สั่งซื้อ ณ จุดส่งมอบสินค้าที่กำหนดไว้ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภายในห้องผู้โดยสารขาออก หรือจัดส่งไปนอกราชอาณาจักรโดยทางไปรษณีย์ หรือวิธีอื่นที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด

สิทธิประโยชน์ในการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร

ผู้ประกอบการสามารถใช้คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรเป็นสถานที่สำหรับเก็บของ แสดงและขายของ เพื่อนำออกไปนอกราชอาณาจักร สำหรับสินค้าที่นำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันนำเข้า จะได้รับการยกเว้นอากรทั้งขาเข้าและขาออก

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร

(1) สถานที่ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ต้องอยู่ในจังหวัดที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและกรม ศุลกากรพิจารณาว่าเหมาะสมและสามารถควบคุมได้

(2) คลังสินค้าทัณฑ์บนกลาง

           (2.1) ผู้ขอจัดตั้งจะต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ในกรณีสถานที่ที่ขอจัดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรกรุงเทพ สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพและสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทในกรณีสถานที่ที่ขอจัดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2-4  มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า ร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน และไม่มีข้อจำกัดในการออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น และไม่มีประวัติกระทำความ ผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายศุลกากรและ/หรือไม่มีหนี้ค้างชำระต่อกรมศุลกากร

           (2.2) ต้องมีสถานที่เก็บและตรวจของ โดยสถานที่ที่เก็บของต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 500 ตารางเมตร และมีที่ทำงานสำหรับเจ้าหน้าที่ศุลกากรพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานตามสมควร

           (2.3) ต้องจัดให้มีสถานที่จุดส่งมอบสินค้า ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ ภายในห้องผู้โดยสารขาออก สำหรับให้บริการคลังสินค้าทัณฑ์บนในเมือง

            (2.4) ต้องมีประสิทธิภาพในการควบคุมภายในที่ดี เช่น มีระบบบัญชีและการควบคุมการรับ-จ่ายสินค้า และสินค้า คงเหลือ (STOCK) ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด และสามารถเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกลางกับคลังสินค้าทัณฑ์เพื่อขายและจุดส่งมอบสินค้า ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ  

            (2.5) ต้องเป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนสาธารณะ และอนุญาตให้เก็บของสำหรับแสดงและ ขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร

(3) คลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขาย

           (3.1) ผู้ขอจัดตั้งจะต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ในกรณีสถานที่ที่ขอจัดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรกรุงเทพ สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพและสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทในกรณีสถานที่ที่ขอจัดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2-4  มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า ร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน และไม่มีข้อจำกัดในการออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น และไม่มีประวัติกระทำความ ผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายศุลกากรและ/หรือไม่มีหนี้ค้างชำระต่อกรมศุลกากร

          (3.2) ผู้ขอจัดตั้งต้องมีหลักฐานรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร จากผู้ขอจัดตั้งหรือผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนกลาง ในการให้ฝากเก็บของและ/หรือให้นำของออกมาขาย กรณีที่ผู้ขอจัดตั้งประสงค์จะฝากเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนกลางหรือนำของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนกลางมาขาย

           (3.3)  กรณีที่ผู้ขอจัดตั้งเป็นผู้นำของเข้ามาเองและไม่ประสงค์จะเก็บของไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนกลาง ต้องมีสถานที่สำหรับเก็บของและสถานที่สำหรับแสดงและขายของแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยสถานที่เก็บของต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 90 ตารางเมตรหรือเป็นตู้นิรภัย (STRONG ROOM) ขนาดใหญ่สำหรับเก็บของมีค่า ในสถานที่ดังดล่าวต้องแบ่งเป็นพื้นที่สำหรับเก็บของนำเข้าและของภายในประเทศแต่ละกลุ่มแยกเป็นสัดส่วนให้ชัดเจน และต้องจัดให้มีที่ทำงานสำหรับเจ้าหน้าที่ศุลกากรพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานตามสมควร

           (3.4) สถานที่ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับผู้โดยสารขาเข้า ให้จัดตั้งได้เฉพาะในเขตท่าอากาศยานนานาชาติ ภายในห้องผู้โดยสารขาเข้า หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควร

           (3.5) สถานที่ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับผู้โดยสารขาออก ให้จัดตั้งได้เฉพาะในเขตท่าอากาศยานนานาชาติ ภายในห้องผู้โดยสารขาออก หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควร และต้องแบ่งพื้นที่สำหรับแสดงและ ขายของภายในประเทศแยกเป็นสัดส่วนชัดเจนออกจากพื้นที่สำหรับแสดงและขายของนำเข้า

           (3.6) สถานที่ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนในเมือง ให้จัดตั้งได้เฉพาะในเมืองหรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็น สมควร และต้องแบ่งพื้นที่สำหรับแสดงและ ขายของภายในประเทศแยกเป็นสัดส่วนชัดเจนออกจากพื้นที่สำหรับแสดงและขายของนำเข้า

           (3.7) ผู้ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนในเมือง ต้องระบุว่าจะส่งมอบของที่ขาย ณ จุดส่งมอบสินค้าแห่งใด

           (3.8) ผู้ขอจัดตั้งจะต้องจัดให้มีเครื่องบันทึกการรับเงิน (CASH REGISTER) ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

           (3.9) ชนิดของที่ขายหรือแสดงเพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขาย ต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรม ศุลกากรก่อนดำเนินการ คุณภาพของของจะต้องเหมาะสม รวมทั้งราคาต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันกับประเทศใกล้เคียง หากตรวจพบว่าคุณภาพและราคาของของที่ขายไม่เหมาะสม อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจ ที่จะกำหนดราคาของที่ขายใผู้นำเข้าหม่ตามที่เห็นสมควร และถ้าผู้ได้รับอนุมัติไม่ปฏิบัติตามถือว่าปฏิบัติผิดเงื่อนไข ในสัญญาประกันและทัณฑ์บน อธิบดีมีอำนาจที่จะบอกเลิกสัญญาประกันและทัณฑ์บนได้

(4)   ต้องจัดทำบัญชีแสดงรายละเอียดของของ ทั้งของนำเข้าจากต่างประเทศและ/หรือของภายในประเทศที่นำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ของที่ขายไป ของที่คงเหลืออยู่โดยแยกประเภทชนิด ปริมาณของของไว้อย่างชัดแจ้ง มีหลักฐานเอกสารประกอบ พร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ทุกเวลา และต้องจัดทำรายงานตามแบบ กศก.59-66 แบบดังกล่าวให้มีรายการและข้อความตามแบบที่กรมศุลกากรประกาศกำหนด

(5)   ต้องยินยอมและให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากร กรมสรรพากร และกรมสรรพสามิต เข้าไปตรวจสอบภายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรได้ตลอดเวลา

เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร

(1)   แบบคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ต้นฉบับ 1 ชุด

(2)   ใบทะเบียนบริษัทจำกัด/ห้างหุ้นส่วนจำกัด และหนังสือรับรองการจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ออกให้ฉบับล่าสุด หรือไม่เกิน 6 เดือน ใบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

(3)   หลักฐานแสดงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับสถานที่ตั้ง เช่น หลักฐานกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง

(4)   หลักฐานแสดงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับสถานที่ตั้งจุดส่งมอบสินค้า ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ ภายในห้องผู้โดยสารขาออก (เฉพาะกรณีขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนกลาง)

(5)   งบการเงิน 3 ปี ย้อนหลัง ที่มีการรับรองจากผู้สอบบัญชีแล้ว

(6)   หลักฐานรับรองจากผู้ผลิตสินค้านำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ

(7)   หลักฐานรับรองจากผู้ขอจัดตั้งหรือผู้ได้รับอนุมัติจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนกลาง กรณีที่ผู้ขอจัดตั้งคลังทัณฑ์บนเพื่อขายที่ประสงค์จะฝากเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนกลางหรือนำของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนกลางมาขาย

(8)   แบบแปลนแผนผัง โดยใช้พิมพ์เขียว ขนาด A2 (ไม่เกิน 40 x 60 ซม.) จำนวน 3 ชุด

(9)   ภาพถ่ายประกอบการพิจารณา ให้จัดทำเป็นภาพถ่ายโปสการ์ดสี แล้วติดบนกระดาษ A4 หน้า ละ 2 ภาพ พร้อมพิมพ์คำบรรยายใต้ภาพทุกภาพ 1 ชุด

(10) เอกสารชี้แจงวิธีการควบคุมการนำของเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนกลาง การเก็บรักษาของและนำของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนกลาง ระบบการขนส่งของเพื่อนำเข้าในหรือออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนกลาง วิธีการควบคุมทางบัญชี วิธีควบคุมการ จำหน่าย

(11) ข้อมูลแสดงประมาณการค่าภาษีอากรขาเข้าเป็นจำนวนสูงสุดของสินค้าที่คาดว่าจะนำเข้ามาในราชอาณาจักรในระยะเวลา 1 ปี  เพื่อจะนำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรโดยยังมิได้มีการขาย และประมาณการค่าภาษีอากรขาเข้า ของสินค้าคงเหลือสูงสุด ในรอบนะยะเวลาบัญชี

(12) หนังสือรับรองการใช้เครื่องบันทึกการรับเงิน (Cash Register) ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

*เอกสารในข้อ 1 - 12 (ยกเว้นข้อ 8) ให้จัดทำสำเนา 1 ชุด เอกสารต้นฉบับและสำเนาทุกแผ่นให้ผู้มีอำนาจ ลงนามและประทับตราบริษัท 

ขั้นตอนในการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร

(1) ผู้ขออนุมัติจัดตั้งคลังสินค้าฯ มีหนังสือของบริษัทถึงอธิบดีกรมศุลกากรพร้อมแบบคำขอจัดตั้งคลังฯ ตามแบบที่กำหนดพร้อมหลักฐานและเอกสารที่กำหนดให้ถูกต้องและครบถ้วน โดยให้ยื่นต่อส่วนหลักเกณฑ์สิทธิประโยชน์ สำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร อาคาร 120 ปี  กรมศุลกากร

(2) เมื่อเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ถูกต้องและครบถ้วนแล้ว กรมศุลกากรจะไปตรวจสอบสถานที่จริง เพื่อพิจารณาอนุมัติในหลักการ (กรณีสถานที่ที่ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรยังไม่พร้อมเปิดดำเนินการ) หรือเพื่อพิจารณาอนุมัติเปิดดำเนินการ (กรณีสถานที่ที่ขอจัดตั้งสมบูรณ์และถูกต้องพร้อมเปิดดำเนินการตามที่กรมศุลกากรประกาศกำหนด)

(3) กรณีได้รับอนุมัติในหลักการให้จัดตั้งคลังฯ ให้ผู้ได้รับอนุมัติจัดตั้งจัดทำหนังสือรับรองการก่อสร้างตามแบบที่กรมฯ กำหนด โดยกำหนดวันที่จะดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยตามแบบแปลนแผนผัง (พิมพ์เขียว) ที่กรมฯ รับรอง หากไม่สามารถได้แล้วเสร็จ หรือเปิดบริการไม่ได้ภายในกำหนดเวลาที่รับรอง อาจต้องชำระเบี้ยปรับหรือกรมศุลกากรอาจเพิกถอนการอนุญาตแล้วแต่กรณี

(4) เมื่อผู้ได้รับอนุมัติจัดตั้งดำเนินการก่อสร้างอาคารสถานที่  และจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้  อุปกรณ์สำนักงาน  เครื่องมือเครื่องใช้ในการตรวจสินค้าให้ครบถ้วนตามกำหนด  แล้วแจ้งให้กรมศุลกากรทราบเพื่อไปทำการตรวจสอบและอนุมัติให้เปิดดำเนินการต่อไป

(5) ผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้ง ต้องดำเนินการ

       (5.1) มาทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนกับกรมศุลกากร พร้อมทั้งนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางไว้ต่อกรมฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนดและก่อนเปิดดำเนินการ

       (5.2) ชำระค่าธรรมเนียมคลังฯ ประจำปี ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

การทำสัญญาประกันและทัณฑ์บน และการวางค้ำประกัน

          ผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและเปิดดำเนินการจะต้องทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด โดยกำหนดวงเงินแห่งความรับผิดชอบในหนังสือค้ำประกันของธนาคารร้อยละ 50 ของค่าภาษีอากรสินค้าคงเหลือแต่ละรอบ ระยะเวลาบัญชีหรือตามแต่ที่กรมศุลกากรจะเห็นสมควรโดยคำนึงถึงค่าภาษีอากรที่อาจจะต้องเรียกเก็บและพฤติกรรมแวดล้อมอื่น ๆ วงเงินดังกล่าวนี้ กรมศุลกากรมีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นภายหลังได้  และในกรณีกรมศุลกากรสั่งเพิ่มวงเงินประกันให้ผู้ได้รับอนุมัตินำสัญญาค้ำประกันของธนาคารหรือหลักประกันอื่นที่อธิบดีเห็นชอบมาเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวจากกรมศุลกากร หากผู้ได้รับอนุมัติไม่นำสัญญาค้ำประกันของธนาคารหรือหลักประกันอื่นที่อธิบดีเห็นชอบมาเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ได้รับอนุมัติผิดเงื่อนไขสัญญาประกันและทัณฑ์บน ซึ่งกรมศุลกากรอาจบังคับสัญญาประกันและทัณฑ์บนหรือบอกเลิกสัญญาประกันและทัณฑ์บนตามที่เห็นสมควรได้

ค่าธรรมเนียมประจำปีของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร 

          ผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งจะต้องชำระค่าธรรมเนียมประจำปีในอัตรา 30,000 บาท โดยค่าธรรมเนียมประจำปีจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุก ๆ ปี และจะต้องชำระค่าธรรมเนียมประจำปีของปีถัดไป ก่อนวันที่ 31 ธันวาคมของปีปัจจุบัน 

การต่ออายุคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร 

          คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร มีอายุ 3 ปี ให้ผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ยื่นแบบคำขอต่ออายุสัญญาประกันคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ  พร้อมกับเอกสารต่าง ๆ เช่นเดียวกับการจัดตั้งคลังฯ ต่อสำนักงานศุลกากรที่กำกับดูแลคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ นั้น ๆ ก่อนวันสิ้นอายุคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ 90 วัน

การยกเลิกสัญญาคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร

(1) กรณีกรมศุลกากรเป็นผู้บอกเลิกสัญญา

อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจที่จะบอกเลิกสัญญาประกันและทัณฑ์บนได้ไม่ว่าเวลาใด ๆ เมื่อปรากฏว่าผู้ให้สัญญากระทำผิดเงื่อนไขใดๆ แห่งสัญญา และกรมศุลกากรเห็นว่าหากจะให้ดำเนินการต่อไปอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

(2) กรณีผู้ให้สัญญาประสงค์จะบอกเลิกสัญญา

ผู้ให้สัญญามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยแจ้งการบอกเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์ต่ออธิบดีกรมศุลกากรการบอกเลิกสัญญาจะมีผลเมื่ออธิบดีกรมศุลกากรยินยอมและแจ้งผู้ให้สัญญาทราบด้วยแล้วไม่ว่าสัญญาจะสิ้นสุดลงด้วยเหตุใดถ้าผู้ให้สัญญาได้กระทำการใดๆอันจะเป็นเหตุให้กรมศุลกากรเกิดสิทธิเรียก ร้องให้ผู้ให้สัญญาต้องใช้เงินหรือต้องปฏิบัติการใดๆ ผู้ให้สัญญายังคงมีความผูกพันที่จะต้องใช้เงินหรือปฏิบัติการดังกล่าวนั้นต่อไปจนครบถ้วนและ ยอมรับผิดในความเสียหายอันเกิดจากการเพิกเฉย หรือละเว้นที่จะใช้เงินหรือปฏิบัติการดังกล่าวทุกประการ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ส่วนหลักเกณฑ์สิทธิประโยชน์ สำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร โทร. 0-2240-2513-6 โทรสาร.0-2672-8121
รายชื่อคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร

ประกาศคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ประกาศกรมศุลกากรที่28/2544,ประกาศกรมศุลกากรที่24/2547

 

Untitled Document
แนะนำกรม |  พิธีการศุลกากร |  กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิด |  สอบถามปัญหา |  แผนผังเว็บไซต์
ข้อควรทราบในการเดินทาง |  การชำระภาษี |  สิทธิประโยชน์ |  ความผิดทางศุลกากร |  ของต้องห้ามต้องกำกัด |  ระบบราคาแกตต์ |  FAQ
สถิติการนำเข้า-ส่งออก |  อัตราแลกเปลี่ยน |  พิกัดอัตราภาษีศุลกากร |  กฎหมายศุลกากร |  ประกาศกรม/กระทรวง |  ชื่อเรือ-วันเรือเข้า |  Download |  Link